Home

สมัครสมาชิกฟรี
สำหรับสมาชิก
Login:
รหัสผ่าน:







"เยื่อไม้"
(5/20/2008 2:43:23 PM)
ความเป็นมาของวง เยื่อไม้
เป็นที่ยอมรับกันว่าเพลงไทยสมัยนี้
เป็นเพลงที่บันทึกเสียงด้วยระบบใหม่ มีการใช้
เครื่องไฟฟ้าแทนเสียงเครื่องดนตรีจริง รวมไปถึง
การนำเอาคอมพิวเตอร์มามีส่วนในการสร้างเพลง
และบันทึกเสียงนับเป็นวิวัฒนาการทางดนตรีอย่าง
หนึ่ง
ในขณะเดียวกัน เสียงของเครื่อง
ดนตรีจริงๆ (Acoustic) ได้ถูกใช้น้อยลงมากจน
แทบไม่ได้ยินเลยในวงการเพลงปัจจุบัน นอกเสีย
จากในวงออเคสตร้าใหญ่ๆ
ความคิดที่จะทำวงดนตรีที่ใช้เครื่อง
ดนตรีจริงๆ มาบรรเลงเพลงไทยสากลในวงการ
เพลง ทุกวันนี้จึงเกิดขึ้นกับ ทรงวุฒิ จรูญเรืองฤทธิ์
นักเปียโนผู้คลุกคลีกับดนตรีมานาน ประจบเหมาะ
กับทางบริษัทคีตาฯ ได้มอบหมายให้คุณทรงวุฒิ
ผลิตผลงานเพลงในลักษณะบรรยากาศเก่าๆ โดย
ให้เน้นความละเมียดละไมเป็นหลัก คุณทรงวุฒิ จึง
ชักชวนนักดนตรีที่ได้ชื่อว่าเด่นเฉพาะทางมา
บันทึกเสียงเพลงชุดแรก โดยขออนุญาติเอาเพลง
ของคณะสุนทราภรณ์เป็นประเดิม
เหตุที่เลือกเพลงของคณะสุนทรา
ภรณ์ก่อน ก็ด้วยเหตุผลที่ตัวคุณทรางวุฒิใกล้ชิดกับ
งานของสุนทราภรณ์ เพราะเคยเป็นศิษย์ของครู
เอื้อ สุนทราสนาน อย่างหนึ่ง อีกเห็นว่าเพลงของสุ
นทราภรณ์มีลักษณะ ๒ อย่าง ผสมกันอยู่คือ ท่วง
ทำนองอย่างไทย และท่วงทำนองอย่างสากล ซึ่งจะ
ทำให้การเรียบเรียงเสียงประสานได้แสดงการใช้
เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นอย่างเต็มที่อีกอย่างหนึ่ง
ขณะนั้นนักดนตรีและนักร้องที่รวม
ตัวขึ้นเพื่อบันทึกเสียงงานนี้ ได้ตั้งชื่อกันว่า “เยื่อ
ไม้” จากความคิดที่ว่า เพลงเก่าๆ ที่เรานำมา
บรรเลงใหม่ เป็นงานของครู ซึ่งเปรียบไปแล้วผล
งานของท่านก็เหมือนกับต้นไม้ใหญ่ที่ยังยืนต้นอยู่
เยื่อไม้ก็เป็นเพียงเยื่อบางๆ ของต้นไม้ใหญ่เท่านั้น


pisutshop.com, อีเมลล์: (5/20/2008 2:43:23 PM) แจ้งลบ

ความคิดเห็นที่ 1
วงเยื่อไม้
วงดนตรี “เยื่อไม้” นำวงโดย คุณ
ทรงวุฒิ จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้เล่นเปียโน กลองโดย
คุณวีระชัย เขียวขจี ซึ่งหลายเพลงต้องใช้แส้ตีหนัง
กลอง เพื่อให้ได้เสียงแผ่วเบาละมุนละไม เสียง
ไวโอลินนั้นได้รับเกียรติจาก ครูนพ โสตถิพันธ์ ซึ่ง
เป็นนักดนตรีอาวุโสที่มีฝีมือการเล่นเป็นที่ยอมรับ
กันทั่วไปในวงการนักดนตรี ดับเบิ้ลเบสโดย เจน
เฉลยกาย จากวงยามาฮ่าซาวด์ วงดนตรีวงใหญ่
ของไทย ผู้เล่นฟลุตคือ สมชาย เฟี้ยวสำอางค์ ซึ่ง
นับได้ว่าเป็นแนวหน้าสุดคนหนึ่งของคนฟลุต
เพราะชื่อเสียงเกียรติประวัติเมื่อครั้งร่วมงาน
ดนตรีอาเซียนที่ได้รับเลือกให้เป็น “ฟลุตลำดับ
หนึ่ง” ยังเป็นที่กล่าวขานอยู่
ส่วนสำคัญที่ทาง “เยื่อไม้” ได้คัด
เลือกแล้วคัดเลือกอีกคือรักร้อง ครูเพลงหลายคน
ให้ข้อคิดว่า กับนักดนตรีอย่างนี้นักร้องนอกจาดจะ
มีแก้วเสียงที่ดีแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับงาน
ชิ้นนี้คือ จะต้องมีการร้องที่พิเศษไปจากเพลงไทย
สมัยนี้คือ การเอื้อน และต้องมีความรักและเคารพ
ในเพลงเก่า “วิระ บำรุงศรี” และ “อรวี สัจจาน
นนท์” จึงถูกคัดเลือกจากนักร้องหลายสิบคนให้ทำ
หน้าที่สำคัญนี้
จากงานชุดแรกผ่านไปสู่งาน “เยื่อ
ไม้ลำดับที่ ๒” ได้เปลี่ยนเพลงมาเป็นเพลงของครู
เพลงคนอื่นๆ ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักกันทั่วไป อัน
ได้แก่ พยงค์ มุกดา, นคร มงคลายน, ชาลี อินทร
วิจิตร, สมาน กาญจนผลิน, สุรพล โทณะวณิก, ป.
ชื่นประโยชน์ และเกษม ชื่นประดิษฐ์ ซึ่งจะเห็นว่า
ลีลาการร้องเพลงและดนตรีจะไม่เหมือนกับชุด
แรกทีเดียวกัน ด้วยลักษณะเพลงต้นฉบับเป็นคน
ละแบบกัน และทุกครั้ง “เยื่อไม้” ทำงานเพลงของ
ครูเพลงเหล่านี้ สิ่งหนึ่งที่ยังจับใจอยู่เสมอคือ ความ
งดงามของภาษา ความงดงามของท่วงทำนองที่สอด
คล้องกับชีวิตไทย ซึ่งความดีเหล่านี้ต้องยกให้กับผู้
ประพันธ์ทั้งหมด



จาก คุณpisutshop.com (5/20/2008 2:44:13 PM)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 2
งานอนุรักษ์เพลงเก่าของเยื่อไม้
นักร้องชุดเยื่อไม้ ทั้ง ๑ และ ๒ มียืนโรงอยู่สองคน
เท่านั้นคือ ฝ่ายหญิงชื่อ อรวี สัจจานนท์ อายุเพิ่งจะ
เลย ๒๐ ไปเล็กน้อย และฝ่ายชายชื่อ วิระ บำรุงศรี
คนบ้านนอก ทำงานอยู่นครสวรรค์
น่าแปลกใจความสามารถ และความสนใจของรัก
ร้องใหม่สองคนนี้ตรงที่ เขาไม่ได้ยึดเพลงของนัก
ร้องคนหนึ่งคนใดเท่านั้นมาร้องใหม่ ไม่ใช่ว่ายึด
รวงทอง หรือยึด ชรินทร์ ทว่ากระจายความสนใจ
ไปทั่วทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็นค่ายสุนทราภรณ์ อัน
เกือบจะเป็นคลาสสิกสากล ไปจนถึงค่ายชื่นชุมนุม
ศิลปิน และค่ายอื่นๆ ที่วางแนวไว้กึ่งกลางทาง
ระหว่างลูกกรุงกับลูกทุ่ง
แต่ก่อนมา เรามักได้ยินได้ฟังนักร้องหลายคน
เลียนเสียงนักร้องที่ดังมาแล้ว จนเกือบจะเรียกได้
ว่าทุกคนพยายามหาจุดยืนให้เหมือนใครสักคน
เพื่อจะได้เด่นดังขึ้นมา
มาถึงยุคนี้ ถึงนักร้องเยื่อไม้สองคนนี้ บอกได้ทันที
ว่าเรื่องยึดคนเก่าเป็นเกณฑ์นั้น มีน้อยลง แต่ยึด
เทคนิคการร้องนั้นก็ยังพอมีให้เห็นบ้าง โดย
เฉพาะเพลง “ท่าฉลอม” กับเพลง “รอยไถ” ของ
คุณวิระ บำรุงศรี นั้น ถอดแบบชรินทร์ออกมาได้งด
งามอย่างน่าพิศวงยิ่งนัก ในขณะเดียวกัน คุณวิระ
ยังร้องแนวของสุนทราภรณ์ ในเพลง “รักฉันสัก
ครึ่งหัวใจ” ได้ และร้องแนวเรียบแต่กระจ่างเด่น
ชัดอย่งวินัย จุลละบาปะในเพลง “ห่วงอาลัย” ได้ดี
อีกด้วย สำหรับคุณอรวี สัจจานนท์ นั้นไม่ต้องกล่าว
ถึงมาก เพราะร้องดีไปหมดทุกเพลงจนคนทุกวัย
ติดใจกันทั่วไปหมด
ทำไมเยื่อไม้จึงดีมากนั้น ก็เห็นจะต้องใช้หลักวิชา
เข้ามาอธิบายสักนิด



จาก คุณpisutshop.com (5/20/2008 2:50:17 PM)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 3
เพลงที่จะไพเราะถูกใจคนฟังได้นั้น จะต้องมีองค์
ประกอบหลายประการ คือ ประพันธ์มาดีทั้งทำนอง
และคำร้องอย่างหนึ่ง บรรเลงและขับร้องดีโดยนัก
ดนตรี นักร้องและผู้แยกประสานเสียงฝีมือดีเป็น
เรื่อที่สอง เพลงนั้นให้อารมณ์สมจริงและต้องใจคน
ฟังเป็นประการที่สาม และประการที่สี่ คือ คนฟังมี
ภูมิหลังหรือประสบการณ์เก่าในการติดเพลงนั้นอยู่
ก่อนเคนได้ยินชินหูมาก่อน หรือเคยร้องเพลงนั้น
ได้มาก่อน หัวข้อที่ ๔ นี้ เป็นตัวส่งให้เกิดความ
สนใจเมื่อได้ยินเพลงที่ตนเคยชอบแล้วนำมาร้อง
อัดเสียงใหม่ โดยนักร้องและสมาชิกวงดนตรีกลุ่ม
ใหม่
คนที่ติดเพลงเก่านั้น ถ้าคนใหม่นำ
มาร้องและบรรเลงไม่ถึงใจเขา เชื่อเถิดว่า จะมีแต่
คำติเตียนออกมาให้ฟัง น้อยรายจะประสบความ
สำเร็จ ยกตัวอย่างมีเห็นชัดอยู่อย่างคนที่นำเพลง
ของคุณชายถนัดศรีมาร้อง หรือเพลงของครูเอื้อ สุ
นทราสนาน มาร้อง บางเพลงไม่เอาไหนเลย เห็น
ชัดๆ ก็เพลงหวงรัก ฟังไม่ได้ และทนฟังไม่ไหวเอา
เลยจริงๆ
ผู้เขียนฟังเยื่อไม้หนึ่ง และเยื่อไม้
สองมาแล้วหลายครั้งหลายตลบ พยายามอย่างยิ่งที่
จะอธิบายกับตัวเองว่าเรานี้ ก็เป็นนักฟังเพลงมา
แต่เก่าก่อน รู้จักเพลงมามาก เคยวิจารณ์เพลงมา
มาก เหตุไฉนฟังเพลงของเยื่อไม้ทั้งสองชุดนี้แล้ว
จึงชอบในทันที และยิ่งฟังก็ยิ่งชอบทั้งที่ตัวเองก็
เป็นคน “ติดเพลงเก่าและติดลีลาเก่า” ในที่สุดก็
อธิบายได้ดังนี้
ข้อหนึ่ง ทั้งสองคนของเยื่อไม้นี้ เป็น
คนร้องเพลงชัดทุกคำ ชัดอักขรวิธี ชัดเสียง และ
ร้องได้ถึงจุดแห่งตัวโน้ตคือ ชัดทุกเสียงที่ผู้
ประพันธ์เพลงได้กำหนดไว้ และใช้เสียงแท้ๆ อีก
ทั้งเป็นคนมีพรสวรรค์คือเสียงไพเราะ
ข้อสอง ทั้งสองคนนี้ เป็นคนที่ฝึกมา
ดี รู้ช่องหายใจได้ถูกที่ รู้วิธีการใช้วัยวะในการร้อง
เพลง และสามารถใช้อวัยะต่างๆ เหล่านั้น อัน
ประกอบด้วย ลำคอ จมูก เพดานปาก ริมฝีปาก การ
กัก และผ่อนลมหายใจ การเปิดทางให้เสียงออก
โดยแบ่งให้ออกทั้งทางปากและจมูกได้อย่างพอ
เหมาะพอดี การใช้เสียงสั่น ลูกคอ ได้อย่างเหมาะ
สมยิ่งนัก กว่าจะร้องได้อย่างนี้ต้องฝึกนานทีเดียว
เว้นเสียแต่ว่าจะมีพรสวรรค์พิเศษเท่านั้น จึงจะ
ร้องได้ในเวลาอันรวดเร็ว


จาก คุณpisutshop.com (5/20/2008 2:51:24 PM)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 4
ข้อสาม เพลงที่จัดมานี้ บรรเลงโดยนักดนตรีฝีมือดี
จริงๆ ไวโอลินของอาจารย์นพ โสตถิพันธ์ นั้นแนบ
เนียน นุ่มนวลเหลือหลาย เสียงฟลุต ของคุณสม
ชาย เฟี้ยวสำอางค์ นั้นอย่าให้บรรยายเลย มันช่าง
เกลี้ยงเกลา ออกอารมณ์ออดอ้อน คละเคล้าไปกับ
จังหวะที่ไม่ดังสะเทือนจนรำคาญหู เสียงเปียโนของ
คุณทรงวุฒิ จรูญเรืองฤทธิ์ นั้นก็วิเศษ น่าฟังมากๆ
ทุกนิ้วชัดและมีอารมณ์ ปกติผู้เขียนเกลียดจังหวะ
เพลงวิทยาศาสตร์ ไม่นิยมเสียงไฟฟ้าของเครื่อง
ซินธิไซเซอร์ ไม่ชอบเสียงอิเล็กโทน เพราะโทนคัล
เลอร์ (หรือบางท่านเรียนกว่าสีเสียง) ของเครื่อง
ประกอบจังหวะก็ดี เครื่องซินธิไซเซอร์ และ
อิเล็กโทนก็ดีเป็นเสียงที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่าการใช้
ศิลปะของมือและสมองของมนุษย์ที่ได้ฝึกฝนมาแล้ว
นั้น เมื่อดนตรีไพเราะ มาพบกับเพลงเพราะที่เขา
แต่งมาดี พบกับคนเสียงไพเราะ ร้องเพลงดี เพลง
นั้นก็ดีไปหมด เมื่อมาพบกับคนที่ฟังเพลงเป็น ติด
เพลงเป็นทุนอยู่แล้ว ความสำเร็จก็ตามมา
ผู้เขียนชอบคุณอรวี สัจจานนท์ ตรง
ที่เธอมีเสียงที่ไพเราะเป็นธรรมชาติ และใช้ความ
ปกติตามธรรมชาตินั้น รวมกับการฝึกอย่างดี
สำแดงออกมาเป็นความไพเราะอันสมบูรณ์แบบ
คุณอรวีไม่ใช่คนที่เสียงสูงพิเศษ ไม่ใช่คนที่เสียง
ทุ้มพิเศษ พละกำลังที่จะเปล่งเสียงให้ดังเด่น ก็ไม่
ได้มีมากมายอย่างนักร้องมหาอุปรากร แต่เธอใช้
ความสามารถที่มีอยู่ได้เต็มที่และเหมาะสม ไม่ต้อง
เค้นเสียง ไม่ต้องบีบเสียงให้ผ่านจุดที่สูงมาก รู้จักที่
จะ “พลิก” สายเสี่ยงให้เกิดเป้นโน้ตหลายตัวบนคำ
ร้องเพลงคำเดียว เช่นในเพลง “สักวันหนึ่ง” ตรง
วรรคที่ “เจ็บจำช้ำใจ คงได้กับเธอสักวัน” นั้นคำว่า
ได้สามารถพลิกกล้ามเนื้อควบคุมการร้องได้เป็น
โน้ตถึงสามเสียงต่อเนื่องกัน ซึ่งนักร้องวัยรุ่นสมัยนี้
ทำไม่ได้ ต้องรุ่นเก่าๆ อย่างคุณชายถนัดศรีละก็
ท่านพลิกได้ฉับไวน่าฟังยิ่งนัก
อีกอย่างหนึ่ง คุณอรวี ไม่ถือโอกาสที่
สอดใส่ความรกรุงรังลงไปในการเอื้อนเสียงเพลง
ไทยสากล พูดอย่างภาษาตลาดก็คือ เธอไม่ดัดจริต
ร้องเพลง เพลง “นกขมิ้น” นั้นเป็นเพลงไทยเก่า
แก่โบราณ ที่ร้องได้หลายแบบ ฟังมาแล้ว
ไม่ว่าพูนศรี เจริญพงษ์ หรือนงลักษณ์ โรจน
พรรณ ร้องไปต่างแบบกัน และคนอื่นๆ อีกหลาย
คนที่ร้องนกขมิ้นแล้วใส่ลูกเอื้อนรุงรังจนกลายเป็น
ดัดจริต เพลงนกขมิ้นนี้ คนร้องดัดจริตต่างกันได้
มากๆ คุณอรวีมีโอกาสหลายตอนที่จะดัดจริตได้ แต่
เธอไม่ทำเลย ตั้งแต่ต้นจนจบ เพลงนกขมิ้นนี้จึง
ร้องสี่เที่ยวเต็มฟังแล้วอิ่มอกอิ่มใจ บอกได้ว่าไม่
เคยได้ยินใครร้องเพลงนี้ได้เพราะให้อารมณ์สูงสุด
ได้เท่านี้มาก่อนเลย
เพลง “บางปะกง” นั้น เพ็ญศรีเคย
ร้องมาก่อนคุณอรวีแม้จะขาดความสดใสไม่เท่า
เพ็ญศรี แต่เธอก็เอาตัวรอดด้วยลีลาอันงดงามพา
เพลงไปอย่างไพเราะชัดเจนชื่นใจได้ไม่แพ้แผ่น
เก่าของเพ็ญศรีเลย เพลง “กว่าจะรักกันได้” นั้น
อยากจะบอกว่าดีกว่าแผ่นเก่าเสียด้วยซ้ำ เพราะ
ความราบรื่นของน้ำเสียงรวมทั้งการบรรเลงแยก
เสียงและฝีมือของนักดนตรีทั้งกลุ่มนั้นเอง ส่งให้
เพลงนี้ดียิ่งนัก
คุณวิระ บำรุงศรี นั้นเสียงดีน่าฟัง
แต่ก็มีบางเพลงที่เกร็งอยู่ในลีลาขับร้อง ไม่ลื่นไหล
อย่างสบายเท่าที่ควร โดยเฉพาะเพลง “ขอพบใน
ฝัน” ที่ครูเอื้อร้องไว้รื่นนัก เรื่องนี้เป็นข้อคิด
สำหรับ
นักร้องใหม่ที่จะไปเลือกเพลงของครูเอื้อ กับเพลง
ของคุณชายถนัดศรีมาร้องใหม่ ทั้งสองท่านที่กล่าว
มานี้ ท่านเป็นผู้ชายเสียงสูงทั้งคู่ ท่านมีกล้ามเนื้อ
รอบลำคอที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า Very Fine
Movement คือสามารถผลิตเสียงที่กลมกล่อมทั้งสูง
ทั้งเรียบร้อยหมดจดและแถมชัดเจน โดยเฉพาะ
คุณชายถนัดศรีมากกว่าครูเอื้อ บางเพลงครูเอื้อก็มี
ไม่ชัดเหมือนกัน แต่ท่านกลิ้งลูกคอท่านเก่งจน
เคล้ากันสนิทผ่านไปได้งดงาม ถ้าผู้เขียนไม่เคย
ติดเสียงครูเอื้อ ในเพลงขอพบในฝันมาก่อนแล้ว
จะไม่มีทางตำหนิติเตียนคุณวิระได้เลย ก็เพราะติด
ของเก่าอยู่มาก จึงบอกได้ว่า ที่ร้องใหม่นี้เกร็งไป
นิดหนึ่งจริงๆ คนที่จะคอยจับผิด คอยเปรียบเทียบ
เช่นที่ผ่านมาแล้วนั้น
เพลง “รักฉันสักครึ่งหัวใจ” นั้นเคย
ได้ยินเลิศประสมทรัพย์ ร้องแต่ไม่ได้อัดแผ่นเสียง
มาก่อน แล้วต่อมาดำรง สุทธิพงษ์ ดาวรุ่งสุ
นทราภรณ์ก็มาร้องอัดเสียง เรียกว่าดังเหมือนกัน
แต่ที่คุณวิระ ร้องคราวนี้ได้รับคำชมเชยว่า ร้องดี
ทั้งดนตรีก็ดีมากด้วย หลายคนว่าดีกว่าต้นฉบับเก่า
ทีเดียว
ขอปรบมือให้แก่เยื่อไม้ที่ได้ผลิตงาน
ที่มีค่าออกมาในคราวนี้ อันที่จริงยังไม่คำวิจารณ์อีก
มากแต่เกรงผู้อ่านจะรำคาญ เป็นอันสรุปว่าผล
งานอนุรักษ์คราวนี้ดีมาก ดีที่ให้โอกาสวัยรุ่นได้
เรียนรู้ว่า เพลงที่ดี ที่เรียกว่าเข้าขั้นไพเราะน่าฟัง
นั้นเป็นอย่างไร ที่เคยร้องกันมาในชุดวัยรุ่นสัก
สองสามปีมาแล้ว เช่น เพลงอ้อยใจ เพลงหวงรัก
ฯลฯ นั้นเหลือจะทนจริงๆ แล้วก็ร้องผิดเนื้อ ผิด
ทำนองมหาศาล จนต้องปิดวิทยุมาหลายหนแล้ว มา
ครวนี้สบายใจที่ได้ยินงานของเยื่อไม้จึงขอสนับ
สนุน และขอให้ดำรงความละเอียดอ่อน ความพิถี
พิถันไว้เช่นนี้ตลอดไป

คัดลอกบทความมาจาก หนังสือ เยื่อไม้
บทความโดย นพ. พูนพิศ อมาตยกุล





จาก คุณpisutshop.com (5/20/2008 2:52:11 PM)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 5
ไหนๆ ก็พูดถึงเยื่อไม้แล้ว อยากให้คุณเจี๊ยบ เผย
แพร่วิทยาทานกับสมาชิกที่เป็นสาวกเยื่อไม้ด้วย
เถิดครับ
เป็นต้นว่า เยื่อไม้1และ2 มีทั้ง แผ่นที่ทำใน
เยอรมัน และแผ่น KITA (ตามที่เคยสนทนากับคุณ
เจี๊ยบ)
หรือ เยื่อไม้ 3-4 บานเช้า บานเย็น ส่วนใหญ่เรา
จะเห็นแผ่นรวม แต่ถ้าเป็น CD หรือ เทป มักแยก
เป็นแผ่นบานเช้าแผ่น และ บานเย็นอีกแผ่น เป้
นต้น
ทั้งนี้เพื่อนสมาชิกท่านอื่นที่มีข้อมูลจะร่วมด้วยก็
จะเป็นกุศลอย่างแรงครับ

จาก คุณอนณ (5/21/2008 6:16:59 PM)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 6
เรื่องแผ่นเสียงเยื่อไม้ที่ทำในเยอรมันนั้น เดี๋ยวจะ
ถามผู้รู้ให้ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนภาพแผ่นเยื่อไม้ทั้ง
หมดไปดูได้จากกระทู้ที่00938 หน้าถามมา-ตอบไป
นะครับ

จาก คุณpisutshop.com (5/22/2008 1:43:12 PM)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 7
“เพลงนี้เขียนเมื่อปี ๒๔๙๘ ช่วงนั้นพอตกเย็น
พวกเรามักจะพากันไปเฮฮาตามประสาคนหนุ่ม ที่
ร้านเหล้าฝั่งรถราง ตรงข้ามกรมประชาสัมพันธ์
เนื่องจากเป็นเจ้าประจำกัน จึงมักเซ็นไว้ก่อน
เสมอ พอสิ้นเดือนจึงชำระกันเป็นครั้งคราว มีอยู่
วันหนึ่งผมใช้เด็กไปเอาเหล้ามาหนึ่งขวด พอสิ้น
เดือนเจ้าของร้านก็ทวงถามว่า “ยังจำได้ไหม?” ผม
ชอบชื่อนี้ก็เลยนำมาเป็นชื่อเพลงซึ่งชื่ออย่างนี้เนื้อ
ก็ควรเป็นแนวหวาน ออกโรแมนติค ไปบอกพี่เอื้อ
ว่าผมอยากจะทำเพลงนี้ พี่เอื้อก็แต่งทำนองผมใส่
เนื้อเสร็จ ให้คุณรวงทองร้องแล้วก็ฮิตเป็นเพลง
แรกของเธอ”


เพลง: ยังจำได้ไหม
ขับร้องโดย :รวงทอง ทองลั่นทม
....ยังจำได้ไหม ถึงใคร คน หนึ่ง
ซึ่งเคยบอกว่ารัก รัก รัก ยิ่งนัก
ยังจำได้ไหม ถึงใคร คน หนึ่ง
ซึ่งคุณ สมัคร เป็น ทาส ดวง ใจ
เพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนอง ตลิ่ง
อกคุณ แอบอิง อก หญิง คนไหน
ยังชมว่าสวย เหมือนดั่ง เดือน ผ่อง
เฝ้าปอง รัก ใคร่ จำ ได้ ไหม คุณ
คุณชมดวงตา ว่าสุก เหมือน ดาว
คุณชม ผิวสาว ว่า ขาว เหมือน นุ่น
คุณชมกลิ่นแก้ม ว่าหอม ละมุน
ซ้ำ ชม ว่า อุ่น ยาม หนุน อุรา
ยังจำได้ไหม ถึงใคร คน หนึ่ง
ซึ่งคุณเคยบอกว่ารัก รัก รัก เท่าฟ้า
ยังจำได้ไหม ถึงใคร คน หนึ่ง
ซึ่งคุณเพ้อว่า เป็นยอดบูชา ของ คุณ
.คุณชมดวงตา ว่าสุก เหมือน ดาว
คุณชม ผิวสาว ว่า ขาว เหมือน นุ่น
คุณชมกลิ่นแก้ม ว่าหอม ละมุน
ซ้ำ ชม ว่า อุ่น ยาม หนุน อุรา
ยังจำได้ไหม ถึงใคร คน หนึ่ง
ซึ่งคุณเคยบอกว่ารัก รัก รัก เท่าฟ้า
ยังจำได้ไหม ถึงใคร คน หนึ่ง
ซึ่งคุณเพ้อว่า เป็นยอดบูชา ของ คุณ...

คัดลอกบทความมาจาก หนังสือ เยื่อไม้


จาก คุณpisutshop.com (5/22/2008 1:53:59 PM)
กลับด้านบน



เฉพาะสมาชิกเท่านั้น!!! (สมัครสมาชิกที่นี่)


มีคำถามสงสัย โปรดติดต่อที่
site by Smokybyte