Home

สมัครสมาชิกฟรี
สำหรับสมาชิก
Login:
รหัสผ่าน:







Records To Record ตอนที่ 4 " อมตะโพล์คซองคำเมือง"
(17/5/2554 14:37:13)
ผมแวะไปร้านคุณpok หลายวันก่อน บังเอิญเจอ
หนังสือเครื่องเสียง ออดิโอฟายล์เล่มเก่าๆ เอามา
เปิดอ่านดู ก็พบบทสัมภาษณ์ศิลปินในดวงใจของ
ผม คือ คุณ จรัล มโนเพ็ชร จึงขอถ่ายทอดข้อความ
ในวันนั้น มาในเวปนี้เพื่อเป็นความทรงจำที่ดีต่อ
ศิลปินแห่งดินแดนล้านนาท่านนี้นะครับ
ปล.เนื่องจากหน้าถามมา ตอบไปได้ขยายแถบข้อ
ความจึงไม่สะดวกในการอ่าน ขอย้ายมาหน้านี้แล้ว
กันนะครับ ขอบคุณครับ และขอขอบคุณภาพจาก
เวป www.jaranmanopetch.com และหนังสือ
Audiophile ฉบับที่5

pisutshop.com, อีเมลล์: (17/5/2554 14:37:13) แจ้งลบ

ความคิดเห็นที่ 1
โฟล์คซองคำเมือง ชุดอมตะ จรัลมโนเพ็ชร
ผลงานอัลบั้มเพลงชุดนี้ คือความภาคภูมิใจของ
ศิลปินล้านนาชาวเชียงใหม่
อย่างคุณจรัล มโนเพ็ชร เขาคือผู้ที่ได้ชื่อว่า
เป็นคนเริ่มต้นนำอารยธรรมทางดนตรีจากพื้น
ภาคเหนือ
ลงมาเผยแพร่สู่เมืองหลวง และกระจายไปทั่ว
ประเทศในเวลาต่อมา
เสื้อม่อฮอม กับกีตาร์โปร่ง และสำเนียงที่นุ่มนวน
สุภาพ
แบบชาวเหนือคือสัญลักษณ์ของเขาผู้นี้

แผ่นเสียงอัลบั้มชุด โฟล์คซองคำเมืองชุดอมตะ
จรัล มโนเพ็ชร แผ่นนี้
เป็นประวัติศาสตร์ของวงการเพลงเมืองไทยที่มีคุณ
ค่ามาก
มันเป็นอัลบั้มแผ่นเสียงที่รวบรวมเอาความเป็น
แผ่นแรกของวงการไว้ในตัวหลายประการ
ประการแรกเป็นอัลบั้มแผ่นเสียงแบบแยกปกพับ
ชุดแรกของประเทศไทย,
ประการที่สองเป็นงานอัลบั้มที่ได้รับการคุ้มครอง
ในเรื่องกฏหมายลิขสิทธิ์
เกี่ยวกับเพลงที่ออกใช้เมื่อพ.ศ. 2521 เป็นชุดแรก
ของประเทศไทย
ซึ่งก่อนหน้านั้นศิลปินไม่มีสิทธิ์ในผลงานของตน
เองมากเท่าปัจจุบันนี้
และประการสุดท้ายนี่เป็นงานอัลบั้มที่ถูกจัดทำขึ้น
ด้วยความทุ่มเทอย่างมากที่สุดในทุกๆ ด้านชุดหนึ่ง
ของเมืองไทย
และในฐานะของนักนิยมเครื่องเสียงคนหนึ่งผม
กล้าพูดได้เต็มปากว่า
นี่เป็นงานบันทึกเสียงเพลงไทยโดยคนไทยที่ให้
คุณภาพเสียง
เป็นธรรมชาติมากที่สุดชุดหนึ่ง ถ้าคุณมีครอบ
ครองอยู่ในตู้เก็บแผ่นเสียง
ก็จงเก็บรักษามันไว้ให้จงดีเถิด เพราะปัจจุบันนี้
มันเป็นแผ่นที่หายากมาก
และมันมีค่าหัวสำหรับนักล่าแผ่นเก่าแล้ว!


จาก คุณpisutshop.com (17/5/2554 14:44:20)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 2
เนื้อความต่อจากนี้เป็นเสี้ยวหนึ่งของการสนทนา
กับคุณจรัล มโนเพ็ชร
เพื่อย้อนอดีตถึงงานอัลบั้มชุดนี้ เมื่อคล้อยบ่าย
แก่ๆ
ณ ร้านอาหารไม้กลางกรุงแถวสามเสน./ ธานี

เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ใครที่เป็นคนเชียงใหม่หรือ
ใครที่เคยไปเชียงใหม่
คงอาจจะเคยได้ยินชื่อ ร้านท่าแพบรรณาคาร อยู่
บ้าง เพราะ ณ ที่แห่งนี้
เป็นสถานที่จำหน่ายหนังสือและเทปเพลงที่มีชื่อ
เสียงที่สุดของเชียงใหม่ในขณะนั้น
และถ้าความทรงจำยังไม่ลบเลือน คงจำได้ว่าเวลาที่
ผ่านหน้าร้าน
มักจะได้ยินเสียงเพลงโฟล์คซองคำเมืองอยู่เสมอๆ
และคงจะไม่มีใครคาดคิดว่าอีกไม่กี่ปีต่อมาเพลง
โฟล์คซองคำเมืองเหล่านั้น
จะดังระเบิดเถิดเทิงไปทั่วฟ้าเมืองไทย ลูกเด็กเล็ก
แดงร้องเพลงอุ้ยคำ
ได้ทั้งบ้านทั้งเมือง ขณะที่หนุ่มๆ ต่างถวิลหา สาว
เชียงใหม่ กันเป็นทิวแถว
จากปรากฎการณ์นั้นทำให้ต่อมาเพลงโฟล์คซองคำ
เมืองและชื่อของ จรัล มโนเพ็ชร กลายเป็นของคู่
กัน และกลายเป็นสัญลักษณ์ติดตัวเขาไปในทุกๆ
ที่
แม้ว่าผลงานต่อๆ มาของจรัลจะไม่ได้เป็นเพลง
โฟล์คซองคำเมืองอีกเลยก็ตาม
จากจุดเริ่มต้นที่ร้านท่าแพบรรณาคา
รนั่นเองที่เป็นที่มาของอัลบั้ม
“โฟล์คซองคำเมือง ชุดอมตะ จรัล มโนเพ็ชร” จรัล
เล่าให้ฟังว่า...
ความเป็นมาของชุดอมตะนี้ไม่ใช่
อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาเป็นอัลบั้มนี้เลย
อันที่จริงมันเริ่มมาจากการทำเทปเพลงโฟลค์ซอง
และเพลงสากลขายเป็น Home Production หมาย
ถึงว่าทำกัน เล่นกันเอง อัดขายกันเอง
แม้แต่ปกนี้ก็ยังวาดเอง เขียนด้วยมือทุกปกเลย
เป็นพันๆ ปก
เราทำเหมือนกับปรุงอาหารขายให้คนซื้อใส่ถุงกลับ
บ้าน
คนก็มาเข้าแถวรอซื้อที่หน้าร้าน ทำขาย ขายจนได้
รับความนิยมมากมาย
แต่ตอนแรกก็ยังไม่ใช่งานชุดนี้ จนต่อมามี
พนักงานของบริษัท Sonic
ซึ่งมาส่งเทปตามปกติก็สงสัยว่าเป็นเทปอะไร คน
ถึงมารอซื้อกัน
เขาก็คุยกันคุณมานิตย์ ซึ่งเป็นผู้จัดการของผมว่า
น่าจะทำออกมา
ให้เป็นเรื่องเป็นราวนะมันก็เลยก้าวหน้าไปจนถึง
การบันทึกเสียง


จาก คุณpisutshop.com (17/5/2554 14:45:20)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 3
แต่ก่อนที่จะมีการบันทึกเสียง อุปสรรคด่านแรกที่
เขาได้พบก็คือการเลือกเพลงที่จะนำมาทำเป็น
อัลบั้ม...

ภาพปกและแผ่นเสียง
เพลงที่นำมาใช้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพลงพื้นบ้านที่มีอยู่
แล้วแต่ว่ามันไม่เคยถูกบรรเลงด้วยวิธีการแบบนี้
ด้วยเครื่องดนตรีอย่างนี้ หรือในรูปแบบอย่างนี้ ผม
ก็เก็บเอาเพลงเหล่านั้นมาแล้วคิดใหม่ บรรเลง
ใหม่ แล้วก็ใช้วิธีร้องใหม่ ตอนที่ร้องออกมาครั้ง
แรก
จะถูกผู้คนที่เป็นคนพื้นบ้านประเภทอนุรักษ์ตก
ขอบด่า ผมก็บอกว่าถ้าร้องแบบเดิมๆ ก็ไม่มีใครฟัง
หรอก ผมไม่ได้ว่าของเก่าไม่ดี แต่มันล่วงเวลาไป
แล้วผ่านไปแล้ว
อย่างเพลงน้อยใจยานี่เป็นเพลงดั้งเม แต่งโดย
พระสุนทรพจน์กิจ
เป็นกวีของล้านนาในยุคประมาณ 60 ปีที่ผ่านมา
แต่งขึ้นตามคำสั่งของพระชายาเจ้าดารารัศมี
แต่งขึ้นเพื่อเป็นบทละครแล้วก็ร้องเป็นเรื่อง
เป็นละครรำเรื่องเดียวของเชียงใหม่เล่นถวาย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้ง
เสด็จมณฑลพายัพ ทีนี้การบรรเลงเขาจะบรรเลง
ด้วยเครื่องดนตรีพื้นบ้าน
แล้วก็จะร้องแบบเอื้อนๆๆๆ คือกว่าจะร้องได้ก็นาน
เขาก็จะร้องไป ร้องจนเบื่อ จนลืมว่าร้องอะไรไป
บ้างแล้ว
เล่นจริงๆ บรรเลงจริงๆ ประมาณ 25 นาที ซึ่งมัน
เป็นไปไม่ได้ที่จะเอามาร้องแบบนั้น ในขณะที่ยุค
สมัยได้เปลี่ยนไป
ตอนนั้นก็ประมาณ 17 ปีผ่านมาแล้ว มันเร็วแล้ว
ทุกอย่างมันเร็วแล้ว ผมก็ปรับใหม่ ส่วนที่เป็น
สร้อยที่ดนตรีรับนั้นผมก็ปรับปรุงใหม่ แต่งขึ้นมา
ใหม่ แต่ให้มันได้ความรู้สึกเดิม ให้ได้สำเนียงใกล้
เคียงกับของเดิม
ส่วนคำร้องก็เป็นคำๆ เดิม แต่ร้องด้วยสำเนียง
ปัจจุบัน แล้วผมเองโดยส่วนตัวผมก็ไม่ชอบวิธีการ
ร้องแบบนั้น เราก็มาปรับใหม่ร้องธรรมดา แต่ให้
มันอ่อนหวานให้เข้ากับลักษณะของเพลง แล้วก็มี
บางคำที่เขาออกเสียงอย่างหนึ่ง
ผมออกอีกอย่างหนึ่ง เพราะยุคผมต้องออกเสียง
แบบนี้แต่มันเป็นคำๆ เดียวกัน คนเขาก็จะบอกว่า
ร้องเพี้ยน
ผมก็บอกว่าเพี้ยน เพี้ยนหมดทั้งเพลงแหละ
ถ้าจะเพี้ยนมันก็เพี้ยนตั้งแต่เริ่มต้นเลย เพี้ยน
ตั้งแต่วิธีคิด เขาก็ด่าอยู่นาน จนปัจจุบันมันกลาย
เป็นแม่แบบไป เพราะว่ามันร้องได้ง่ายขึ้น แล้วก็
เข้ากับผู้คนสมัยนี้ได้ง่ายขึ้น ถ้าร้องแบบเก่าคนจะ
ฟังไม่รู้เรื่อง ส่วนเพลงที่เหลือก็จะมีเพลงที่แต่งขึ้น
มาใหม่บ้างในส่วนที่ผู้จัดการหามา ที่คิดว่าจะเก็บ
รวบรวมเพื่อให้มันเป็นอมตะ ให้เข้ากับชื่อชองงาน
ที่ว่าโฟล์คซองคำเมืองชุดอมตะ


จาก คุณpisutshop.com (17/5/2554 14:48:07)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 4
จากล้านนามุ่งสู่เมืองกรุง เพื่อทำการบ้นทึกเสียงจน
สำเร็จออกมาเป็นอัลบั้มโฟค์คซองคำเมืองชุดอมตะ
ที่เหล่าผู้รักเครื่องเสียงนิยม ชมชอบว่าบันทึกเสียง
ได้ดี แต่ทว่าชุดที่เราชื่นชมกันนั้นเป็นบันทึกเสียง
ครั้งหลังที่ห้องบันทึกเสียงไพบูลย์ แต่ครั้งแรกสุด
นั้บันทึกเสียง ที่ห้องบันทึกเสียงศรีกรุง ซึ่งจรัลได้
เปรียบเทียบความรู้สึก บันทึกเสียง 2 ครั้งมันก็ต่าง
กันตรงอารมณ์และวิธีการทำงาน

มันไม่เหมือนกันเลย อย่าครั้งแรกเราจะทำงาน
ด้วยความสนุก แล้วก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้
ใกล้เคียงกับที่เราคิดมากกว่า เช่น มันเป็นกลุ่มพี่
น้องกัน แล้วตอนนั้นการผสมอะไรในกลุ่มของเรา
ในแนวดนตรีของเรามันน้อยกว่า น้อยกว่าที่ทำ
ขึ้นมาในเวอร์ชั่นใหม่
เวอร์ชั่นเดิมนี่เราโฟล์คเพียวๆ เรามีความรู้สึกรับ
กับโฟล์คมากในช่วงที่เราอายุขนาดนั้น เรารับ
ดนตรีได้มาแค่นั้นเอง เราจะค่อนข้างชัดกับโฟล์ค
ทั้งการบรรเลงและการสื่อความหมาย
ในครั้งแรกที่บันทึกเสียงที่ห้องอัดศรีกรุถง เราจะ
กางโน้ตเล่นกัน เมื่อบั้นทีกเสี่ยงเสร็จแล้วทุกคนจะ
พอใจแต่ผมไม่พอใจ ผมไม่เคยมีประสบการณ์ใน
การบันทึกเสียงมาก่อนเลย
แต่ผมฟังแล้วผมว่าไม่ใช่ มันไม่ใช่อย่างที่เคย
เล่น เคยซ้อมกัน มันเหมือนไม่คุยกัน เหมือนอยู่
คนละวง ผู้จัดการก็เลยบอกให้ทุกคนเก็บโน้ตและ
เล่นจากความจำ แล้วก็เริ่มเล่นกันใหม่ เล่นสดๆ
เล่นจริงๆ แล้วมันก็ได้
ซึ่งจะต่างกับครั้งที่ 2 ครั้งหลังนี่เรารู้มากไปหน่อย
รู้มากเกี่ยวกับเทคนิคการบันทึกเสียงแนวกีตาร์
เราก็เปลี่ยน อาจจะจัดจ้านกว่าเดิม อาจจะไปอีกขั้น
แต่มันก็ยังอยู่ที่โฟล์ค
แต่ผมฟังแล้วผมไม่ค่อยชอบ ผมชอบคุณภาพเสียง
แต่ผมไม่ชอบอารมณ์
อารมณ์มันไม่เหมือนครั้งแรก และครั้งแรกนี่เรา
จะบันทึกมาสเตอร์ลงบน Open Reel ชนิด 2
Tracks ล้วนๆ คือมิกซ์เสียงจากบอร์ดแล้วก็เข้าไป
เลย ไม่สามารถที่จะตบแต่อะไรได้ Effect ที่ใช้ก็ใช้
ดีเลย์ของเทป ใช้หัวเทป 2 หัว ดีเลย์ตามเหมือน
ซาวนด์ออนซาวนด์ แล้วอีกเสียงก็ยิงขึ้นไปที่ห้อง
Chamber ก็ลัดลงมาลงมาแต่งเป็นอะคูสติกเกือบทั้ง
หมด และโดยส่วนตัวผมชอบเสีงจากการบันทึก
ครั้งแรกที่ห้องอัดศรีกรุงมากกว่า
เพราะว่าห้องบันทึกเสียงเขาออกแบบเพื่อการ
บันทึกสดโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นห้องของเขาต้อง
แน่นอนเสียงจะไม่มีผิดเพี้ยน แต่น่าเสียดายที่เรา
ได้อัดเป็นชุดสุดท้ายแล้วเขาก็รื้อเลย ส่วนที่ห้อง
อาจารย์ไพบูลย์ผมว่าคุณภาพเสียงออกมาสัก 70%
ถ้ารวมๆ ยังสู้อันเดิมไม่ได้ เพราะห้องอัดไพบูลย์นี่
เรายังต้องเลือกมุมที่จะเล่น
ถ้ามีการย้ายไมค์เราจะรู้เลย เราฟังอยู่ในห้อง
คอนโทรลนี่เราจะรู้เลย
เราให้เจ้าหน้าที่ไปย้ายให้ ย้ายจนเราพอใจ
เราจะรู้เลยว่าต้องตั้งตรงนี้ตำแหน่งเดียว
ถ้าขยังไปทางซ้ายอีกเมตรเดียวก็เป็นเรื่อง
และจากคุณภาพเสียงที่ดีจากอัลบั้มนี้เอง
ที่ทำให้เราได้ทราบว่าถ้าเป็นผลงานเดี่ยวของเขา
แล้ว จรัล มโนเพ็ชร
คนนี้แหละเป็นผู้ควบคุมการบันทึกเสียง...


จาก คุณpisutshop.com (17/5/2554 14:54:12)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 5
เมื่อก่อนเวลาบันทึกเสียงนักร้องไม่มีสิทธิไปยุ่งกับ
เรื่องนี้เลย ถ้าใครเข้าไปยุ่งเป็นเรื่องแน่ แต่ดู
เหมือนว่าผมกับผู้จัดการนี่แหละ เป็นกลุ่มเดียวที่
เข้าไปแล้วบอกว่าจะเอาเสียงแบบนี้
Sound Engineer ที่อยู่ตรงนั้นก็จะบอกว่าไม่ได้
ผมก็บอกว่าจะเอาแบบนี้ อย่ามายุ่งกับผม กรุณา
อย่าทำเสียงอย่างนี้ ไม่ต้องไป EQ ให้ผม ผมไม่
เอาเสียงแหลมเปี๊ยบ ผมจะเอาเสียงอย่างนี้เท่านั้น
และทุกวันนี้ก็จะเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐาน
เวลามิกซ์เสียง ผมก็จะมิกซ์เอง เพราะคนที่สัมผัส
กับดนตรีประเภทนี้มีน้อยที่สุด
เพราะฉะนั้นด้วยความอัตตา ผมก็จะเชื่อว่าผมคง
จะถนัดที่สุด เพราะว่าเขาก็อยู่กับเครื่องดนตรีอื่น
ดนตรีสไตล์อื่น เขาถนัดอย่างอื่น โอ.เค แต่สไตล์นี้
เขาต้องฟังเรา เขาเพียงแต่บอกว่าในห้องนี้มีอะไร
บ้างที่ผมใช้ได้ อะไรที่ผมใช้ไม่เป็น ผมไม่ถนัด
เขาจะต้องบริการให้ผม แต่เรื่องของเสียง เสียงที่จะ
ออกมาทั้งหมดต้องอยู่ที่ผม
และมิใช่แต่ต้องควบคุมการบันทึกเสียงเองเท่า
นั้น หากแต่จรัลยังดูแลงานของเขาทุกด้านไม่เว้น
แม้กระทั้งเรื่องปกพอรู้ว่าจะต้องทำปกมันก็เห็น
ภาพเองมันโผล่พรวดพราดออกมาเอง
ก็บอกผู้จัดการว่าผมอยากได้สถานที่โล่งๆ แห้งๆ
อยากให้มันสื่อถึงสิ่งที่ร่วงโรยไปแล้ว
พูดถึงการผ่านกาลเวลา พูดถึงคล้ายๆ กับรูปปั้น รูป
ปั้นมันตายแล้วแต่มันมีชีวิตนะ
คือมันตายแล้วแน่นอน รูปปั้นที่เขาปั้นไว้ แกะไว้
ด้วยหินอ่อน โดยตัวมันเองแล้วมันหายใจไม่ได้
แต่มันมีชีวิต เวลาที่เราไปชมรูปปั้นแต่ละคนก็จะ
คิดไม่เหมือนกัน ที่ผมทำนี่ก็เหมือนกัน ผมไม่ต้อง
การให้ผู้คนคิดว่าผมคิดอะไร
ผมต้องการให้เขาดูแล้วเข้าใจอะไรของเขาไปเอง
ยังไงก็ได้เลย ซึ่งเขาอาจจะเข้าใจได้ใกล้เคียง แต่
ไม่เหมือนกันใช่เพียงแต่ปกด้านหน้าเท่านั้นที่
แฝงความหมายอันลึกซึ้ง ปกด้านหลังก็แฝงไว้ด้วย
ความความนัยที่ลึกล้ำไม่แพ้กัน
ผมนึกถึงการมองไปข้างหน้า ทำอย่างไรถึงจะมอง
ไปข้างหน้าได้ เราก็ต้องไปอยู่ข้างหลังคนที่ทำงาน
ว่าเขามองอะไร ซึ่งถ้ามองภาพในปกก็ยังจะเห็น
ต้นไม้แห้งๆ อยู่ดี ที่เป็นเช่นนี้ผมอยากจะสื่อว่าสิ่ง
เหล่านี้มันตายไปหมดแล้วแต่มันยังมีชีวิตอยู่
มันตายไปจากความทรงจำ ตายไปจากความนิยม
ชมชอบของผู้คนเท่านั้นเอง
แต่ทว่ามันยังมีชีวิตของมันอยู่ วันใดวันหนึ่งถ้าเรา
รู้กจักนำเสนอ รู้จักหยิบมาใช้ให้มันถูกที่ มันจะมี
พลังมาก ผมก็เลยนึกถึงจุดนี้เหมือนต้นไม้ที่ตาย
แล้ว


จาก คุณpisutshop.com (17/5/2554 14:56:26)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 6
นอกเหนือจากความเป็นอมตะของบทเพลงใน
อัลบั้มนี้แล้วสิ่งที่จะกลายเป็นอมตะอยู่คู่อัลบั้มนี้ไป
ตลอดกาลก็คือรูปบบตัวอักษรบนหน้าปก
ตัวอักษรที่เห็นบนหน้าปกนั้นเพื่อนของผมเป็น
รคนดีไซน์ขึ้นมา ปัจจุบันตัวอักษรเหล่านี้กลาย
เป็นต้องแบบของตัวอักษรที่จะใช้แสดงความเป็น
ล้านนา สุโขทัย หรืออะไรก็ตามที่พูดถึงเกี่ยวกับ
โบราณคดี และก็กลายเป็น Font ตัวหนึ่งใน
คอมพิวเตอร์ไปแล้ว
นอกจากนั้นอัลบั้มชุดนี้ยังเป็นแผ่นเสียงแผ่นแรก
ที่ให้เครดิตกับคนทำงาน ไม่ว่าจะทำอะไร แม้แต่
ออกแบบปกเราก็บอกหมด และถือเป็นยุคแรกที่มี
รายละเอียดต่างๆ มีเนื้อเพลง ซึ่งตรงจุดนี้สามารถ
อำนวยความสะดวกให้กับดีเจได้ มีการใช้ข้อมูล
ตรองนี้ไปสร้างความน่าสนใจให้กับรายการ
เช่น ใครอยากได้เนื้อเพลงก็ให้ขอมา แล้วเขาก็
ลอกเอาจากปกแผ่นเสียงไปให้
ส่วนคนที่ทำปกเขาก็จะบ่นว่า อะไรจะเยอะแยะกัน
ขนาดนี้ จะให้เอาไปใส่ตรงไหน ผมก็บอกว่าทำ
เป็นปกคู่ไง เปิดออกมาแบบนี้เลย แล้วก็เอาใส่
อย่างนี้ด้วยไม่ให้แบ่งข้าง
เพราะว่าผมเบื่อเวลาที่ต้องจับแผ่นเสียงแล้วมัน
ร่วงหล่น นี่ถือเป็นดีไซน์แรกที่ออกมาเลย
ความเป็นอมตะของเพลงโฟล์คซองคำเมืองชุดนี้
จะกลายเป็นเรื่องราวเล่าขานในวงการเพลงของ
ไทยตราบนานเท่านาน
และกับผู้ชายคนนี้ ผู้ที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็น
ศิลปิน เพราะคิดว่าศิลปินไม่ใช่มนุษย์ ศิลปินมี
อะไรที่ไม่เหมือนคน ส่วนตัวเขาขอเป็นคนดีกว่า
เป็นคนทำงานเพลงที่มีอิสระทางความคิด
และมีชีวิตแบบ จรัล มโนเพ็ชร คนนี้นี่แหละ
จรัลมอง...”วงการเพลงตอนนี้คนฟังเริ่มหนีแล้ว
เริ่มกลับไปฟังเพลงฝรั่งหรือจากข้างนอก
เขาไม่ได้หลงใหลแต่เขาต้องการจะหนีความจำเจ
มากกว่า ถ้าบ้านเราดนตรียังออกมาแบบนี้เป็น
แผง คนก็ต้องหนีอยู่วันยังค่ำ มีคนชอบก็ต้องมีคน
ติ เพราะถึงที่สุดแล้วมันก็ต้องวงกลับ เพราะว่าโดย
จริงๆ แล้วศิลปะมันไม่ใช่สินค้า เมื่อมันเป็นสินค้า
เมื่อไหร่ถึงวันหนึ่งมันก็ไม่มีความหมาย แล้วคนก็
จะกลับไปหาศิลปะเพื่อเสพอย่างเดิม”


จาก คุณpisutshop.com (17/5/2554 14:59:14)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 7
ต้องหามาเปิดแล้วนอนฟังครับ...ขอบคุณสำหรับข้อมูล
มากๆครับ

จาก คุณyongcha (9/12/2554 20:55:47)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 8
ขอบคุณ มากๆครับกับ
ข้อมูลที่ดีเยี่ยม แผ่น
จรัญ แผ่นนี้ต้องหาชื้อ
ให้ได้

จาก คุณหนุ่มระยอง2 (28/9/2555 11:19:05)
กลับด้านบน
ความคิดเห็นที่ 9
แจ๋มเลยครับ....ได้รู้
อีกหลานๆอย่าง

จาก คุณอ๊อดฮาเล่ย์ (7/3/2556 8:40:54)
กลับด้านบน



เฉพาะสมาชิกเท่านั้น!!! (สมัครสมาชิกที่นี่)


มีคำถามสงสัย โปรดติดต่อที่
site by Smokybyte